Protected: อากาศยานไร้คนขับและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ:โอกาสเชิงพื้นที่ในระเบียงเศรษฐกิจของประเทศไทย

There is no excerpt because this is a protected post.
เขตเศรษฐกิจพิเศษคาซัคสถาน: นัยต่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ของไทย

การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่มีความสำคัญต่อประเทศที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน กระจายการลงทุน และสร้างจุดเติบโตให้แก่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ในกรณีของคาซัคสถาน แนวคิดดดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นประเทศที่มีจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมยุโรปกับเอเชีย มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และกำลังพยายามลดการพึ่งพาเศรษฐกิจฐานน้ำมันและแร่ธาตุ ไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลายมากขึ้น เอกสาร 2025 Kazakhstan Investment Climate Statement ของสหรัฐอเมริการะบุว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2025 คาซัคสถานมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงสะสมจากต่างประเทศ (FDI stock) อยู่ที่ 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลของประธานาธิบดีคัสซิม-โจมาร์ต โทคาเยฟ (Kassym-Jomart Tokayev) ได้ผลักดันวาระปฏิรูปเศรษฐกิจที่มุ่งกระจายฐานเศรษฐกิจ เร่งการพัฒนาอุตสาหกรรม เพิ่มการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและพัฒนาเส้นทางการค้าทางเลือกใหม่ สะท้อนว่า คาซัคสถานไม่ได้มองการดึงดูดการลงทุนเป็นเพียงเป้าหมายทางเศรษฐกิจระยะสั้น หากแต่เชื่อมโยงกับการปรับตำแหน่งของประเทศในเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคด้วย อย่างไรก็ดี แม้คาซัคสถานจะเปิดรับการลงทุนต่างชาติและพยายามสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อธุรกิจมากขึ้น แต่เอกสารฉบับเดียวกันสะท้อนว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงมีข้อกังวลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎระเบียบที่ไม่สม่ำเสมอ ความไม่แน่นอนของระบบภาษีและกฎระเบียบ นโยบายทดแทนการนำเข้า การทุจริต ตลอดจนความจำเป็นในการพัฒนาแรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านลิสติกส์โลจิสติกส์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รัฐบาลคาซัคสถานใช้ “พื้นที่” เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการตอบโจทย์เหล่านี้ โดยชูจุดแข็งด้านที่ตั้งของประเทศว่าเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างยุโรปกับเอเชีย สามารถเข้าถึงตลาดผู้บริโภครวมมากกว่า 500 ล้านคน […]
โอกาสของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน (Decarbonized Supply Chain) ผ่าน CICA

ประเทศไทยกำหนดยุทธศาสตร์ให้ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North eastern Economic Corridor – NeEC) มุ่งเน้นสู่การเป็น “ฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ของประเทศ” หรือ Bioeconomy โดยอาศัยจุดแข็งด้านทรัพยากรชีวภาพและวัตถุดิบการเกษตรในภูมิภาคนี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และด้วยโอกาสในเชิงภูมิศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงระบบการขนส่ง (logistics) เข้ากับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาว (The China-Laos Railway) และเชื่อมต่อไปยังเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศทรานส์แคสเปียน (Trans-Caspian International Transport Route) สู่เอเชียกลางและยุโรป จึงทำให้ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) เชื่อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมยุคใหม่ ที่พาดผ่าน Pan-Eurasian โดยระบบห่วงโซ่อุปทานภาคพื้นดินเปลี่ยนถ่ายสลับ (Multimodal Land-linked Supply chain) ดังกล่าวกำลังถูกผลักดันไปสู่การเป็นห่วงโซ่อุปทานลดคาร์บอน (Decarbonized Supply Chain) ภายใต้บริบทของความผันผวนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของโลก ประเทศไทยในฐานะฐานะสมาชิก CICA และเป็นผู้ประสานงานหลักด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน จึงควรทบทวนโอกาสของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพของ NeEC ที่ต้องยกระดับเศรษฐกิจชีวภาพควบคู่ไปกับการสนับสนุนพันธกิจด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม จาก […]
นโยบายรัฐบาลเกาหลีใต้ในการพัฒนาเชิงพื้นที่: กรณีศึกษาและนัยต่อไทย

การพัฒนาเชิงพื้นที่ (area-based development) มีความสำคัญต่อการยกระดับพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการกระจายการลงทุนและโอกาสทางเศรษฐกิจที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากให้คนในพื้นที่มีงานทำ ลดการย้ายถิ่นเข้าสู่เมือง และช่วยเพิ่มโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ดี การพัฒนาเชิงพื้นที่ให้ประสบความสำเร็จจะต้องมีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและเงื่อนไขทางทรัพยากรในพื้นที่ และการจัดการความเสี่ยงหรือผลกระทบที่เกิดจากการพัฒนานั้น ๆ ด้วย เกาหลีใต้เป็นประเทศที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดได้ในช่วงเวลาเพียง 20 ปี งานวิชาการหลายชิ้นให้ความสำคัญต่อบทบาทของรัฐในการพัฒนาประเทศที่อาจเรียกได้ว่า “รัฐที่ขับเคลื่อนการพัฒนา” (Developmental State) นัยยะแท้จริงของการเป็นรัฐที่ขับเคลื่อนการพัฒนานั้นอยู่ที่การมีบทบาทนำในการกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายของรัฐบาลในการเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมหลัก 6 ประเภท ได้แก่ เหล็กกล้า แร่โลหะอื่น ๆ เช่น นิกเกิล ทองแดง อะลูมิเนียม เคมีภัณฑ์ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและต่อเรือ ส่วนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เช่น ปูซาน อุลซัน แทกู ในกรณีของไทย แนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ปรากฏเป็นรูปธรรมในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) ที่เน้นการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard) ที่เป็นรากฐานของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ในปัจจุบัน การพัฒนาเฉพาะพื้นที่ได้ขยายเป็นแนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 […]
Mekong Co-creation: ถอดรหัสยุทธศาสตร์ไทย พลิกโอกาสใหม่บนระเบียงสายเดิม

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระบบโลกาภิวัตน์เผชิญแรงกดดันจากการแยกห่วงโซ่อุปทาน (Decoupling) ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ศูนย์กลางเศรษฐกิจเคลื่อนตัวสู่ Global South โดยเฉพาะในระดับอนุภูมิภาค สำหรับประเทศไทย “ระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC – Creative Lanna)” โดยมีจังหวัดเชียงรายเป็นจุดยุทธศาสตร์หลัก มิได้เป็นเพียงประตูการค้าชายแดนแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ข้อต่อสำคัญ” ของห่วงโซ่อุปทานโลกที่เชื่อมโยงระหว่างจีนตอนใต้เข้ากับอาเซียน ภายใต้บริบทนี้ ระเบียงเหนือจึงเป็นทั้งพื้นที่แห่งโอกาสจากการไหลเวียนของทุนและเทคโนโลยี และเป็นพื้นที่หน้าด่านที่ต้องบริหารจัดการความท้าทายข้ามพรมแดนที่ซับซ้อน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม ความจำเป็นในการปรับตัวนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว แต่คือการเตรียมพร้อมรับมือกับ “ภาวะปกติใหม่” (New Normal) ของความแตกแยกเชิงโครงสร้างทางภูมิรัฐศาสตร์ ตามมุมมองของ ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ที่ชี้ว่าโลกที่ขับเคลื่อนด้วยโลกาภิวัตน์เสรีแบบเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ คือปัจจัยถาวรที่จะบีบให้ห่วงโซ่อุปทานแตกกระจาย (Fragmentation) ระเบียงเหนือจึงต้องเป็นมากกว่าแค่พื้นที่ทางผ่าน แต่ต้องเป็นยุทธศาสตร์การอยู่รอดในโลกที่แยกขั้วอย่างยาวนาน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของระเบียงเหนือไม่ควรวัดเพียงตัวเลขการค้าชายแดน แต่อยู่ที่ความสามารถในการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และท้องถิ่น โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ส่วน (1) บริบทการเชื่อมโยงระเบียงเหนือกับจีนตอนใต้ (2) […]
การส่งเสริมข้าวจากระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตกให้ถึงประเทศชิลี (CWEC – Chile)

บทนำ: ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐชิลี ประเทศไทยและสาธารณรัฐชิลีมีความร่วมมือทางการค้าอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่าทศวรรษ โดยชิลีเป็นคู่ค้าอันดับที่ 43 ของประเทศไทยในภาพรวมการค้าโลก และเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 3 ของไทยในภูมิภาคอเมริกาใต้ ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้รับการสถาปนาและยกระดับอย่างมีนัยสำคัญผ่านการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีไทย–ชิลี (Thailand–Chile Free Trade Agreement: TCFTA) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ด้วยเป้าหมายร่วมกันในการขยายมูลค่าการค้าและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของชิลี ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีและการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม พ.ศ. 2568 การหารือดังกล่าวมุ่งแสวงหาโอกาสในการขยายมูลค่าทางการค้า ควบคู่กับการผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน และการขับเคลื่อนกรอบเศรษฐกิจชีวภาพ–หมุนเวียน–สีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Economy) ตามศักยภาพของแต่ละประเทศ ในบริบทดังกล่าว ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานสะอาดและการลงทุนสีเขียว พร้อมทั้งเปิดรับความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการยกระดับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตลอดจนสตาร์ทอัพ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างยั่งยืน อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เบื้องต้นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ของการขยายตลาดข้าวไทย ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรสำคัญของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจกลาง–ตะวันตก สู่ตลาดชิลี โดยพิจารณาปัจจัยสนับสนุนทั้งในระดับโครงสร้างนโยบายและกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนข้อจำกัดและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลในทางปฏิบัติ 1) ว่าด้วยมาตรการความร่วมมือความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี (Thailand-Chile Free Trade Agreement: TCFTA) ความตกลงการค้าเสรีไทย–ชิลี […]
นโยบายไทยกับ BRICS: โอกาส ข้อท้าทาย และข้อเสนอเชิงนโยบายในยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่

บทนำ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มประเทศ BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ได้ขยายบทบาทของตนในฐานะกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลกใต้ (Global South) อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในบริบทที่ระบบพหุภาคีแบบดั้งเดิมที่นำโดยประเทศพัฒนาแล้วเริ่มสั่นคลอน ความเปลี่ยนแปลงนี้เปิดพื้นที่ให้ประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยพิจารณาการมีส่วนร่วมกับ BRICS อย่างจริงจังยิ่งขึ้น ทั้งในฐานะหุ้นส่วน (partner country) และในอนาคตอาจถึงระดับสมาชิกภาพเต็มรูปแบบ บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์โอกาสและข้อท้าทายของไทยในการเชื่อมโยงกับกลุ่ม BRICS พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) บริบทของ BRICS ในภูมิรัฐศาสตร์โลก (2) โอกาสที่ไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้ (3) ข้อท้าทายและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง (4) บทบาทของภาคเอกชนไทย และ (5) ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืนและเกิดผลในทางปฏิบัติ 1. BRICS กับบริบทภูมิรัฐศาสตร์โลกปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบพหุภาคีแบบตะวันตก (liberal multilateralism) สู่โครงสร้างอำนาจที่กระจายตัวมากขึ้น (multipolarity) กลุ่ม BRICS ได้กลายเป็นเวทีทางเลือกสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในการผลักดันผลประโยชน์ร่วมกันของ Global South ไม่ว่าจะในมิติการเงิน การค้า […]
ว่าด้วยนโยบาย Look East / Act East ของอินเดียกับแนวทางการพัฒนาของ EEC

บทนำ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินเดียได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในฐานะ “พลังใหม่” ของเอเชียและของโลก ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจ ประชากร และเทคโนโลยี ทำให้อินเดียกลายเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่นานาชาติไม่อาจมองข้าม ในขณะที่บทวิเคราะห์และการประชุมวิชาการต่าง ๆ มักเน้นย้ำถึงความสำคัญของอินเดียในฐานะ “มหาอำนาจเชิงยุทธศาสตร์” สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทว่า ความสามารถเชิงนโยบายของอินเดียยังคงเป็นคำถามที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ประเทศไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนก็มีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมโยงกับอินเดีย โดยเฉพาะผ่านโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) ซึ่งเป็น “เรือธง” ของยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 และอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งในมิติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ภายใต้ความคาดหวังว่า EEC จะทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมโยงโยบายไทยกับภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับศักยภาพที่แท้จริงของ EEC ในการผลักดันความร่วมมือกับอินเดีย ทั้งในแง่ศักยภาพเชิงนโยบาย (policy capacity) และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเชื่อมโยงดังกล่าว งานศึกษานี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจว่าระหว่าง Narrative และ Reality ของความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ผ่าน EEC นั้นมีความแตกต่างกันเพียงใด โดยจะวิเคราะห์ใน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic […]