ไทยเข้าร่วม BRICS ในฐานะ Partner Country เปิดมิติใหม่ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ประเทศไทยเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ในฐานะ Partner Country อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ตามการประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ การเข้าร่วมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ และเพิ่มพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ในเวทีเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำหรับไทย การมีสถานะในกรอบ BRICS ยังหมายถึงโอกาสในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนากับประเทศคู่สำคัญนอกกรอบความร่วมมือเดิม ในเชิงนโยบาย ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะการสร้างสมดุลระหว่างความร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจและตลาดเกิดใหม่ สำหรับโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่าง EEC การเปิดประตูสู่เครือข่ายประเทศ BRICS อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ ตลอดจนสนับสนุนการขยายบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการเชื่อมโยงในภูมิภาค แม้การเข้าร่วมในฐานะ Partner Country จะยังไม่เท่ากับสมาชิกเต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นสัญญาณชัดเจนว่าไทยกำลังปรับตัวให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกแบบหลายขั้วมากขึ้น ในระยะยาว ผลลัพธ์ที่สำคัญจะขึ้นอยู่กับว่ารัฐและภาคเอกชนไทยจะสามารถเปลี่ยนสถานะทางการทูตนี้ให้กลายเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้มากเพียงใด
อินเดียเดินหน้า Act East หนุนโอกาสใหม่ของความร่วมมือไทย–อินเดีย และ EEC

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอินเดียกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น หลังการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีอินเดียในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบาย Act East ของอินเดียและการเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในมุมของไทย พัฒนาการดังกล่าวสร้างโอกาสใหม่ให้กับพื้นที่ EEC ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการลงทุน การผลิต และโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมต่อกับตลาดอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้ สำนักงาน EEC และหน่วยงานไทยในอินเดียได้จัดกิจกรรม “ACT EAST, CHOOSE THAILAND” เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยและเชิญชวนนักลงทุนอินเดียให้เข้ามาใช้ EEC เป็นฐานขยายธุรกิจ ประเด็นที่ถูกเน้นย้ำ ได้แก่ สิทธิประโยชน์การลงทุน โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ และความพร้อมของไทยในการเป็นประตูเชื่อมอินเดียกับอาเซียน ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า EEC ไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาในประเทศ แต่กำลังถูกวางบทบาทให้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หากความร่วมมือไทย–อินเดียขยายตัวต่อเนื่อง EEC อาจได้รับประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งการลงทุนโดยตรง การค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยเครือข่ายภูมิภาคขนาดใหญ่ สำหรับภาคธุรกิจไทย นี่อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญในการจับตาความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ เพราะการเชื่อมไทยกับอินเดียอย่างเป็นระบบอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดทิศทางการเติบโตใหม่ของระเบียงเศรษฐกิจในอนาคต
EEC ยังแรง ครึ่งปีแรก 2025 ดึงต่างชาติ 158 บริษัท ลงทุนกว่า 6.29 หมื่นล้านบาท

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจต่างชาติได้รับอนุมัติให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ 158 ราย คิดเป็นมูลค่ารวม 62.9 พันล้านบาท หรือมากกว่าครึ่งของมูลค่าการลงทุนต่างชาติทั้งหมดที่ได้รับอนุมัติในไทยช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า EEC ยังคงเป็นฐานยุทธศาสตร์หลักของประเทศสำหรับการรองรับอุตสาหกรรมใหม่ การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีสูง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค การลงทุนที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม แต่ยังครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มดิจิทัล งานวิจัยและพัฒนาวัสดุวิศวกรรม ตลอดจนบริการสนับสนุนการผลิตสมัยใหม่ แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่า EEC กำลังขยับจากการเป็นเพียงฐานการผลิต ไปสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่รวมทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยี และบริการมูลค่าสูงไว้ในระบบเดียวกัน สำหรับประเทศไทย ความคืบหน้านี้มีความหมายมากกว่าตัวเลขการลงทุน เพราะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมองเห็นศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายส่งเสริมการลงทุน และตำแหน่งที่ตั้งทางเศรษฐกิจของ EEC หากการพัฒนาเดินหน้าควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงาน เมืองอัจฉริยะ และระบบโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง พื้นที่ EEC ก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของไทยในทศวรรษหน้า